“ใครบอกว่าฤดูฝนเป็นอุปสรรคของการเดินทาง? ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ แล้วคุณจะพบว่า ‘หน้าฝน’ หรือ ‘Green Season’ คือช่วงเวลาที่ธรรมชาติงดงามและมีชีวิตชีวาที่สุด! เตรียมเสื้อกันฝนตัวเก่งให้พร้อม แล้วมุ่งหน้าสู่กาญจนบุรีเพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่ของน้ำตก 7 ชั้นที่สวยงามดั่งภาพวาด ก่อนจะไปทิ้งตัวเอนกายฟังเสียงสายน้ำที่ River Kwai Resotel รับรองว่าทริปนี้จะทำให้คุณหลงรักฤดูฝนอย่างหมดหัวใจ”

เมื่อสายฝนโปรยปรายลงมาทักทายผืนป่า ความแห้งแล้งของฤดูร้อนก็ถูกชะล้างไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงความเขียวขจี กลิ่นไอดินที่หอมชื่นใจ และความชุ่มฉ่ำที่รอให้เราออกไปสัมผัส จังหวัด “กาญจนบุรี” คือจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลในความสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ป่าไม้ที่นี่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตที่มองแล้วสบายตาที่สุด และไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนเมืองกาญจน์ในช่วงที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ คือการไปเยือน “น้ำตกเอราวัณ” น้ำตก 7 ชั้นที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

การได้เดินป่าฝ่าดงไม้ที่ชุ่มฉ่ำเพื่อพิชิตน้ำตกแต่ละชั้น คือความท้าทายที่สนุกสนานและคุ้มค่าเหนื่อย และเพื่อให้การเดินทางของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด การเลือกที่พักที่เป็นเสมือนโอเอซิสกลางป่าใหญ่อย่าง River Kwai Resotel (ริเวอร์แคว รีโซเทล) บูทีคชาเลต์รีสอร์ทริมแม่น้ำแควน้อย จะช่วยเติมเต็มความสุขและฟื้นฟูร่างกายของคุณได้อย่างยอดเยี่ยม เตรียมแพลนทริปให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย!

มนต์เสน่ห์แห่งฤดูฝน: พิชิตน้ำตกเอราวัณ 7 ชั้น ความงามที่ต้องเห็นด้วยตาตัวเอง

น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีความยาวรวมกว่า 1,500 เมตร แบ่งออกเป็น 7 ชั้นหลักๆ ความพิเศษของน้ำตกแห่งนี้ในช่วงหน้าฝนคือ ปริมาณน้ำที่ไหลหลากลงมาอย่างเต็มสาย ผสานกับสีของน้ำที่ใสเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกต (Emerald Green) ซึ่งเกิดจากลักษณะของภูเขาหินปูน การเดินป่าหน้าฝนที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับละอองน้ำที่ลอยฟุ้ง ต้นไม้ที่ปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์นสีเขียวสด และอากาศที่เย็นสบายตลอดเส้นทาง

เช็คลิสต์พิชิตความงามทั้ง 7 ชั้น:

ชั้นที่ 1: ไหลคืนรัง เริ่มต้นเบาๆ ด้วยชั้นแรกที่เดินเข้าถึงได้ง่ายที่สุด เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนชิลล์ๆ ชมสายน้ำที่ไหลลดหลั่นลงมาตามโขดหิน มีฝูงปลาพลวงแหวกว่ายให้เห็นอย่างใกล้ชิด

ชั้นที่ 2: วังมัจฉา ชั้นนี้เป็นไฮไลท์ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำ มีแอ่งน้ำกว้างและลึกพอประมาณ สีน้ำเขียวมรกตสวยงามสะกดสายตา และมีฝูงปลาพลวงจำนวนมากที่พร้อมจะมาทำสปาปลา (Fish Spa) แบบธรรมชาติให้กับคุณทันทีที่หย่อนเท้าลงไป

ชั้นที่ 3: ผาน้ำตก สายน้ำตกจากหน้าผาสูงชันกว่า 20 เมตร แตกฟองขาวโพลนตัดกับสีเขียวของต้นไม้รอบข้าง ละอองน้ำที่สาดกระเซ็นมาปะทะใบหน้าจะช่วยปลุกความสดชื่นและไล่ความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

ชั้นที่ 4: อกผีเสื้อ ชั้นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่หินก้อนใหญ่สองก้อนที่ดูคล้ายกับอกของผู้หญิง เป็นจุดที่เล่นน้ำสนุกมากเพราะมีสไลเดอร์หินธรรมชาติให้ลื่นไถลลงมายังแอ่งน้ำด้านล่าง เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา

ชั้นที่ 5: เบื่อไม่ลง เส้นทางเริ่มท้าทายขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อขึ้นมาถึงคุณจะพบกับแอ่งน้ำตื้นๆ ที่ลดหลั่นกันเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย สวยงามจนคุณจะรู้สึก “เบื่อไม่ลง” ตามชื่อของชั้นนี้จริงๆ บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ชั้นที่ 6: ดงพฤกษา ทางเดินชั้นนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และรากไม้ที่ทอดตัวอย่างสวยงามราวกับป่าดึกดำบรรพ์ ยิ่งในหน้าฝน มอสและตะไคร่น้ำจะเกาะตามโขดหินดูชุ่มฉ่ำ น้ำตกชั้นนี้ถูกโอบล้อมด้วยแมกไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในดินแดนลับแล

ชั้นที่ 7: ภูผาเอราวัณ และแล้วก็มาถึงจุดสูงสุด! ชั้นนี้คือความภาคภูมิใจของผู้พิชิต สายน้ำตกไหลบ่าลงมาจากหน้าผาสูงชัน รูปทรงของหน้าผาดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณ 3 เศียร ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตกแห่งนี้นั่นเอง การได้มายืนอยู่ตรงนี้ ท่ามกลางละอองฝนและละอองน้ำตก คือความสุขที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

River Kwai Resotel: สวรรค์แห่งการพักผ่อน ซ่อนตัวในป่าดิบชื้น

หลังจากเดินป่าพิชิตน้ำตกทั้ง 7 ชั้นมาจนขาสั่น ร่างกายย่อมต้องการการพักผ่อนที่สบายที่สุด การขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอไทรโยค เพื่อนั่งเรือหางยาวลัดเลาะแม่น้ำแควน้อยเข้าสู่ River Kwai Resotel (ริเวอร์แคว รีโซเทล) คือรางวัลชิ้นใหญ่ที่คุณคู่ควร

ริเวอร์แคว รีโซเทล คือบูทีคชาเลต์รีสอร์ท (Boutique Chalet Resort) ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าเขียวขจีและสวนพฤกษศาสตร์ริมแม่น้ำแควน้อย ในช่วงหน้าฝน บรรยากาศของรีสอร์ทจะโรแมนติกและร่มรื่นถึงขีดสุด

ทำไม ริเวอร์แคว รีโซเทล ถึงเป็นที่พักหน้าฝนที่ดีที่สุด?

1. สถาปัตยกรรมแบบ Tropical Chalet ห้องพักทุกหลังถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เป็นบ้านพักหลังคามุงแฝกที่มีความคลาสสิกแต่ซ่อนความหรูหราและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยไว้ครบครัน ระเบียงหน้าห้องพักมีขนาดกว้างขวาง เหมาะสำหรับการออกมานั่งจิบกาแฟร้อนๆ ฟังเสียงฝนตกกระทบใบไม้ และสูดอากาศบริสุทธิ์ (Ozone) เข้าปอดให้เต็มอิ่ม เป็นความรู้สึกที่สงบและผ่อนคลายอย่างแท้จริง

2. สระว่ายน้ำกลางสวนป่า (Jungle Pool) แม้จะเป็นหน้าฝน แต่หากช่วงไหนฟ้าเปิด คุณก็สามารถไปผ่อนคลายกล้ามเนื้อในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยพรรณไม้เมืองร้อน แช่น้ำพร้อมชมวิวภูเขาและสายหมอกฝนที่ลอยระยอดไม้ เป็นสระว่ายน้ำที่ให้ความรู้สึกแนบชิดธรรมชาติขั้นสุด

3. นวดแผนไทยฮีลกล้ามเนื้อ การเดินขึ้นน้ำตก 7 ชั้นอาจทำให้คุณมีอาการปวดเมื่อย แต่ไม่ต้องกังวล! รีสอร์ทมีบริการนวดแผนไทยและนวดน้ำมันโดยเทอราปิสต์ผู้เชี่ยวชาญ นอนนวดสบายๆ ในศาลาที่เปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ฟังเสียงแม่น้ำไหลเอื่อยๆ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดจะมลายหายไปในพริบตา

4. ดินเนอร์สุดโรแมนติก และอาหารรสเลิศ ตกเย็น แวะมาที่ห้องอาหารของรีสอร์ทเพื่อลิ้มรสอาหารไทยรสจัดจ้านและอาหารนานาชาติที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ในช่วงหน้าฝน อากาศยามค่ำคืนจะเย็นสบายมาก การได้ทานอาหารอร่อยๆ พร้อมแสงไฟสลัวๆ และเสียงดนตรีจากธรรมชาติ เป็นการปิดท้ายวันที่เพอร์เฟกต์ที่สุด

ฤดูฝนนี้… อย่าปล่อยให้ความสดชื่นหลุดลอยไป! เก็บกระเป๋า ออกไปพิชิตความสวยงามของน้ำตก 7 ชั้นที่กาญจนบุรี แล้วปล่อยให้ธรรมชาติโอบกอดคุณที่ River Kwai Resotel รีสอร์ทที่จะทำให้คุณรู้ว่า หน้าฝนคือฤดูกาลที่น่าหลงใหลที่สุดของเมืองไทยเตรียมทริปหน้าฝนให้พร้อม สำรองบ้านพักชาเลต์ท่ามกลางธรรมชาติในราคาที่ดีที่สุดได้แล้ววันนี้ที่: www.riverkwairesotel.net