“กาญจนบุรี” จังหวัดที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลุยป่า สายประวัติศาสตร์ หรือสายชิลล์ที่รักการถ่ายรูป ในช่วงปีที่ผ่านมา กาญจนบุรีได้กลายเป็น “New Destination of Cafe Hopping” ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีคาเฟ่ดีไซน์สวย ผุดขึ้นมากมาย ตั้งแต่สไตล์มินิมอล ญี่ปุ่นจ๋า ไปจนถึงฟาร์มคาเฟ่สุดหรูที่กว้างสุดลูกหูลูกตา

สำหรับวันหยุดพักผ่อนที่กำลังจะมาถึง หากคุณวางแผนจะหนีความวุ่นวายไปซ่อนตัวกลางป่าที่ River Kwai Resotel Resort (ริเวอร์แคว รีโซเทล รีสอร์ท) เราขอแนะนำให้คุณเผื่อเวลาสักนิด ระหว่างการขับรถจากตัวเมืองกาญจน์มุ่งหน้าสู่อำเภอไทรโยค ลองแวะเช็คอิน “คาเฟ่สุดหรู” เพื่อเติมคาเฟอีนและถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียล ก่อนที่จะไปตัดขาดจากโลกภายนอกและพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มในรีสอร์ท

วันนี้เรารวบรวม 6 ร้านกาแฟและคาเฟ่บรรยากาศดี ที่คัดมาแล้วว่า “ปัง” ทั้งดีไซน์ รสชาติ และวิวทิวทัศน์ ให้คุณได้แวะชิลล์ตลอดเส้นทาง


1. The Village Farm To Cafe: ความหรูหรากลางขุนเขาและฟาร์มเขียว

(พิกัด: ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค (ขาออก) / ห่างจากตัวเมืองกาญจน์เล็กน้อย)

ถ้าพูดถึงคาเฟ่ที่ “หรูหรา” และ “อลังการ” ที่สุดในกาญจนบุรี ต้องยกให้ที่นี่ The Village Farm To Cafe ร้านนี้เป็นแลนด์มาร์กที่ใครขับรถผ่านไปไทรโยคต้องแวะ

บรรยากาศร้าน:

ร้านตกแต่งในสไตล์ Modern Barn House หรือโรงนาสมัยใหม่ที่ใช้กระจกบานใหญ่รอบทิศทาง ทำให้มองเห็นวิว “ทิวเขาหนอกวัว” ที่ทอดตัวยาวเป็นฉากหลังได้อย่างชัดเจน ภายในร้านโปร่งโล่ง เพดานสูง ตกแต่งด้วยไม้และต้นไม้จริง ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคลีนตา

ไฮไลท์คือ “อุโมงค์ไผ่” ด้านหลังร้านที่ทอดยาวไปสู่บึงน้ำและวิวภูเขา เป็นจุดถ่ายรูปที่ดูแพงและสวยงามเหมือนอยู่เกียวโต นอกจากนี้ยังมีโซนสนามหญ้ากว้างขวาง ให้เด็กๆ วิ่งเล่นหรือนั่งปิกนิกได้สบายๆ

  • เมนูแนะนำ:
    • Turtle Melon Pan: ขนมปังเมล่อนรูปน้องเต่า สอดไส้ครีมเมล่อนหอมหวาน (เมล่อนที่นี่ปลูกเองในฟาร์ม สดใหม่มาก)
    • Melon Smoothie: น้ำเมล่อนปั่น หวานเย็นชื่นใจ ดับร้อนได้ดีเยี่ยม
  • เวลาเปิด-ปิด: 08.30 – 21.00 น. (เปิดทุกวัน)

2. Mulberry Mellow: ปิกนิกในสวนสไตล์ผู้ดีอังกฤษ

(พิกัด: ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว / เส้นทางมุ่งหน้าไทรโยค)

เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งชิลล์ในสวนสวยกันบ้างที่ Mulberry Mellow (มัลเบอร์รี่ เมลโล่) คาเฟ่ที่เน้นพื้นที่สีเขียว (Green Space) แบบจัดเต็ม

บรรยากาศร้าน:

คอนเซปต์ของที่นี่คือ “Open Air Picnic” เมื่อเดินเข้ามาคุณจะพบกับสนามหญ้ากว้างใหญ่ที่เขียวขจี ปกคลุมด้วยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ทางร้านจัดเตรียมเก้าอี้ผ้าใบและเสื่อปิกนิกไว้ให้ลูกค้านั่งรับลมธรรมชาติ บรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลายมาก เหมือนได้มานั่งจิบชาในสวนหลังบ้านที่อังกฤษ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านกิ่งไม้ลงมาทำให้ถ่ายรูปสวยละมุนตา ใครที่เป็นสายรักธรรมชาติและชอบความสงบ ต้องรักที่นี่แน่นอน

  • เมนูแนะนำ:
    • Mulberry Brew: กาแฟสกัดเย็นผสมน้ำมัลเบอร์รี่ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วตื่นทันที
    • Mulberry Ice Cream: ไอศกรีมมัลเบอร์รี่โฮมเมด รสเข้มข้น ทานคู่กับพายกรอบ
  • เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 18.00 น.

3. Ravi Rivana (Ravi Rivier): วินเทจริมน้ำสุดคลาสสิก

(พิกัด: อ.ท่าม่วง / ก่อนเข้าเมืองกาญจน์)

สำหรับใครที่ชอบสไตล์วินเทจและกลิ่นอายโคโลเนียล ต้องแวะที่ Ravi Rivana (ราวี รีวาน่า) หรือปัจจุบันชื่อ Ravi Rivier

บรรยากาศร้าน:

ร้านนี้ตกแต่งในสไตล์ Vintage Colonial ที่มีความหรูหราและคลาสสิก ตัวอาคารเป็นเรือนกระจกสีขาว (Glass House) ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าและของสะสมโบราณ ภายนอกจัดสวนสไตล์อังกฤษ (English Garden) ที่มีน้ำพุและซุ้มดอกไม้สวยงาม ไฮไลท์คือโซนริมแม่น้ำแม่กลอง ที่คุณสามารถนั่งจิบชา High Tea ยามบ่าย มองดูสายน้ำไหลเอื่อยๆ บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะสำหรับคู่รักหรือครอบครัวที่ต้องการความพรีเมียม

  • เมนูแนะนำ:
    • Afternoon Tea Set: ชุดน้ำชาและขนมหวานจัดจานมาอย่างสวยงาม ถ่ายรูปขึ้นกล้องมาก
    • Pizza Homemade: พิซซ่าแป้งบางกรอบ อบสดใหม่จากเตา
  • เวลาเปิด-ปิด: 10.00 – 20.00 น.

4. W Story Cafe: มินิมอลลอยฟ้า วิวแม่น้ำพาโนรามา

(พิกัด: วัดถ้ำเขาปูน / อำเภอเมือง)

นี่คือคาเฟ่ที่วิวสวยติดอันดับท็อปของกาญจนบุรี W Story Cafe ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง ทำให้มองเห็นวิวแม่น้ำแควน้อยในมุมสูงแบบพาโนรามา

บรรยากาศร้าน:

ร้านตกแต่งสไตล์ Minimal Modern เน้นโทนสีขาวคลีน ตัดกับสีไม้และกระจกใส การออกแบบเน้นความเรียบง่ายเพื่อให้ “วิวธรรมชาติ” เป็นพระเอก จุดเช็คอินที่ห้ามพลาดคือ “กรอบรูปกระจก” บานใหญ่ที่ปลายระเบียง เมื่อยืนถ่ายรูป จะเหมือนเราลอยอยู่เหนือแม่น้ำและภูเขา นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นทางรถไฟสายมรณะที่ทอดยาวเลียบแม่น้ำได้จากมุมสูงอีกด้วย

  • เมนูแนะนำ:
    • Dirty Coffee: กาแฟนมแยกชั้น รสชาตินุ่มนวล
    • Tom Yum Coke: เมนูแปลกแต่อร่อย โค้กผสมเครื่องต้มยำ ให้ความสดชื่นแบบไทยๆ
  • เวลาเปิด-ปิด: 08.30 – 18.00 น.

5. Kan Machi Cafe: ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่กาญจนบุรี

(พิกัด: ถนนแม่น้ำแคว / อำเภอเมือง)

หากคิดถึงญี่ปุ่น แวะมาที่ Kan Machi Cafe (กาญจน์ มาชิ) คาเฟ่ที่จำลองบรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่นมาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

บรรยากาศร้าน:

ทันทีที่มาถึง คุณจะเจอกับเสาโทริอิสีแดงต้นใหญ่ ทางเดินหิน สวนเซน (Zen Garden) และบ่อปลาคาร์ป ตัวร้านตกแต่งด้วยไม้สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีสะพานแดงและน้ำตกจำลอง บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ เหมือนได้วาร์ปไปเกียวโตจริงๆ ที่นี่มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ใส่ชุดยูกาตะมาถ่ายรับรองว่าเนียนสุดๆ

  • เมนูแนะนำ:
    • Matcha Latte: ชาเขียวมัทฉะแท้เกรดพรีเมียม เข้มข้น หอมกลิ่นสาหร่าย
    • Daifuku: ไดฟูกุแป้งนุ่มสอดไส้ถั่วแดงและสตรอว์เบอร์รีลูกโต
  • เวลาเปิด-ปิด: 10.00 – 19.00 น. (ปิดวันพุธ)

6. BARME Tea & Taste: จิบกาแฟชมรถไฟสายมรณะ

(พิกัด: วัดถ้ำเขาปูน / ติดกับ W Story)

อีกหนึ่งร้านวิวเทพที่ตั้งอยู่บนเขา BARME Tea & Taste (บารมี ที แอนด์ เทสต์) จุดเด่นคือวิวที่มองเห็นโค้งน้ำและรางรถไฟได้ชัดเจนที่สุด

บรรยากาศร้าน:

ร้านนี้ตกแต่งโปร่งโล่งสบาย เน้นพื้นที่ Open Air ให้ลมโกรก ไฮไลท์คือระเบียงที่ยื่นออกไปชมวิว “จุดโค้งมรณะ” ของทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ถ้ามาถูกจังหวะเวลารถไฟวิ่งผ่าน จะได้ภาพที่สวยงามและหาดูยากมาก บรรยากาศที่นี่จะมีความชิลล์และเป็นกันเอง เหมาะกับการนั่งปล่อยใจดูวิวเขียวๆ ของป่าไม้และแม่น้ำ

  • เมนูแนะนำ:
    • Fruit Tea: ชาผลไม้เย็นๆ ดื่มแล้วสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อนๆ
    • Roti Green Curry: โรตีกรอบทานคู่กับแกงเขียวหวาน รสชาติเข้มข้น
  • เวลาเปิด-ปิด: 09.00 – 19.00 น.

7. The Clubhouse Bar: ความหรูหรากลางป่าใหญ่

(พิกัด: ภายใน River Kwai Resotel Resort)

หลังจากแวะเที่ยวคาเฟ่ระหว่างทางจนหนำใจ เมื่อเดินทางมาถึง River Kwai Resotel Resort โดยเรือหางยาว คุณไม่จำเป็นต้องออกไปหาคาเฟ่ที่ไหนอีกแล้ว

บรรยากาศร้าน:

ที่ส่วนกลางของรีสอร์ท (Clubhouse) มีบริการเครื่องดื่มและกาแฟสด ในบรรยากาศ Jungle Luxury ที่แท้จริง คุณสามารถสั่งกาแฟแก้วโปรด แล้วมานั่งที่ระเบียงชมวิวแม่น้ำแควน้อยที่ไหลผ่านหน้าผาหินปูนสูงตระหง่าน ฟังเสียงนกร้องและเสียงลมพัดผ่านต้นไม้ นี่คือ “คาเฟ่” ที่มีความเป็นส่วนตัวที่สุด หรูหราที่สุดด้วยธรรมชาติที่โอบล้อมคุณไว้ 360 องศา

  • เมนูแนะนำ:
    • Signature Jungle Cocktail/Mocktail: เครื่องดื่มสูตรพิเศษของรีสอร์ท จิบยามเย็นดูพระอาทิตย์ตก ฟินสุดๆ
    • Fresh Coconut: มะพร้าวน้ำหอมเย็นเจี๊ยบจากลูก

บทสรุป: จากความชิคในเมือง สู่ความชิลล์ในป่า

การจัดทริปเที่ยวกาญจนบุรีให้สมบูรณ์แบบ คือการผสมผสานความสนุกของการเช็คอินคาเฟ่สวยๆ เข้ากับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

เมื่อคุณได้รูปสวยๆ จากคาเฟ่ในเมืองแล้ว ให้ River Kwai Resotel Resort เป็นจุดหมายปลายทางที่จะช่วยรีชาร์จพลังชีวิตของคุณ ด้วยความเงียบสงบของป่าใหญ่ ความสะดวกสบายของห้องพัก และความงดงามของแม่น้ำแคว

วันหยุดนี้… ขับรถมาจิบกาแฟ แล้วล่องเรือไปนอนป่ากันนะครับ👉 สำรองห้องพักกลางป่าพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่: www.riverkwairesotel.net